เปิดอาชีพใหม่ อู๋ ธนากร

ปัจจุบันนี้ อู๋ ธนากร ครองโสดในวัย 49 ปี

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทย สำหรับนักแสดงมากความสามารถในวงการบันเทิงอย่าง ‘อู๋ ธนากร โปษยานนท์’ ที่จะต้องพูดว่าเป็นทั้งคนเบื้องหน้า เบื้องหลังคุณภาพอย่างมาก

นักแสดงหนุ่มมีชื่อจริงว่า ‘ธนากร โปษยานนท์’ (เกิด 7 มิถุนายน พ.ศ. 2515) ชื่อเล่น ‘อู๋’ เป็นนักแสดง นักพากย์หนัง ดีเจ นายแบบ พิธีกร และก็ผู้บริหารใครที่เป็นแฟนละครบู๊

แอ็คชั่นแห่งค่าย ‘ยูม่า’ ในอดีต จะต้องคุ้นเคยกับนักแสดงมากฝีมืออย่าง ‘อู๋ ธนากร โปษยานนท์’ อย่างแน่นอน แม้ช่วงหลังมา ‘อู๋ ธนากร’ จะห่างหายจากหน้าจอไปบ้าง

แต่ว่าก็ยังมีผลงานให้แฟนๆได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าแฟนๆอาจจะคิดถึงผลงานเรื่องเด่นเรื่องดังในอดีต ภาพจำ ‘นายสิงห์’ เวอร์ชั่นฉบับ ‘อู๋ ธนากร’ ในปี 2541

ทำเอาหลายคนหลงใหลไปกับเสน่ห์ของเขามาแล้ว ด้วยคาแรกเตอร์ที่ดูแล้วอินเชื่อว่าเขาคือ ‘นายสิงห์’ ตัวจริงไม่ว่าจะเป็นโทนเสียงดุดัน มาดเข้มที่มาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก

ชื่อของ ‘อู๋ ธนากร’ ได้แจ้งเกิดหลังละครออนแอร์ไปไม่กี่ตอนเท่านั้น เรียกว่าผู้หญิงทั้งเมืองอยากเป็น ‘หนูนา’ กันถ้วนหน้า เวลาผ่านไป ‘นายสิงห์’ ฉบับ ‘อู๋’ ยังคงตราตรึง

นอกจากงานแสดงแล้ว เจ้ายังทำหน้าที่เป็นทูตการท่องเที่ยวอีกด้วย โดยเมื่อหลายปีก่อน การท่องเที่ยวจังหวัดอาคิตะ ประเทศญี่ปุ่น แถลงข่าว เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทย

สัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิ์และก็วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นในแบบที่นักท่องเที่ยวน้อยคนเคยไปสัมผัสที่จังหวัดอาคิตะ

ประเทศญี่ปุ่น พร้อมแต่งนักแสดงหนุ่มใหญ่มากความสามารถ ‘อู๋ ธนากร โปษยานนท์’ เป็นทูตการท่องเที่ยวอาคิตะคนแรกของประเทศไทย เพื่อประชาสัมพันธ์

การท่องเที่ยวของจังหวัดอาคิตะให้เป็นที่รู้จักของคนไทยมากขึ้น ผ่านวิดีโอประชาสัมพันธ์จังหวัดอาคิตะ และก็กิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวต่างๆ

‘อู๋ ธนากร โปษยานนท์’ ทูตการท่องเที่ยวประจำจังหวัดอาคิตะ พูดว่า “ส่วนตัวผมชอบเที่ยวเชิงธรรมชาติและก็ศิลปวัฒนธรรมอยู่แล้ว จึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเลือก

ให้เป็นตัวแทนของชาวอาคิตะทุกคนในการเชิญนักท่องเที่ยวชาวไทยให้มาเยี่ยมเยียนและก็สัมผัสถึงเอกลักษณ์ของความงดงามท้องถิ่น ขณะเดียวกัน ด้วยการที่ตัวผม

เป็นคนที่มีความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์เป็นพิเศษอยู่แล้ว ตลอดจนการได้ไปสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบฟาร์มสเตย์รวมทั้งแช่บ่อน้ำพุร้อนอย่างสบายอารมณ์

หรือแม้แต่เรื่องของการชิมสุดยอดอาหารท้องถิ่นอย่างหม้อไฟคิริทัมโปะรวมทั้งเส้นอุด้งที่มีรสชาตินุ่มอร่อยอีกด้วย ดังนั้นผมจึงสามารถพูดได้เลยว่าจังหวัดอาคิตะมีแหล่งท่องเที่ยวแล้วก็เสน่ห์

ของขนบธรรมเนียมประเพณีที่ไม่เหมือนกัน ที่นักท่องเที่ยวสามารถมาท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าหากใครได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนจังหวัดอาคิตะ ต้องประทับใจแบบผมแน่นอนครับ”