‘กิ้งก่าสองหัว’ โครตแพง สัตว์ยอดฮิตตลาดมืด!

“จิ้งเหลนชิงเกิลแบ๊ค” หรือ “จิ้งเหลนหางสั้น” (Shingleback lizard, Bobtail lizard) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tiliqua rugosa เป็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง ภายในวงศ์จิ้งเหลน (Scincidae) ซึ่งอยู่สกุลบลูทั้งค์ (Tiliqua) หรือจิ้งเหลนลิ้นน้ำเงินนั่นเอง

.

เป็นสัตว์ประจำถิ่นของออสเตรเลีย (Australia) ที่มีสายพันธุ์ย่อยทั้งหมด 4 สายพันธุ์ ซึ่งอยู่ออสเตรเลียฝั่งตะวันตก 3 สายพันธุ์ และออสเตรเลียฝั่งตะวันออก 1 สายพันธุ์

ลักษณะโดยทั่วไปของพวกมันจะเป็นจิ้งเหลนขนาดใหญ่ ที่มีผิวหนังราวกับถูกปกคลุมด้วยเกล็ดหนาทั่วร่างกาย ซึ่งสามารถพบได้หลากหลายสีตั้งแต่สีน้ำตาลเข้ม ไปจนถึงสีครีมทั่วทั้งตัว หรืออาจจะเป็นลายแถบแนวนอนสีเข้มและอ่อนก็ได้

.

ลำตัวยาวประมาณ 26 ถึง 31 เซนติเมตร ซึ่งหนักถึง 0.6 ถึง 0.9 กิโลกรัม มีหัวขนาดใหญ่ทรงสามเหลี่ยม ขาทั้งสี่ข้างสั้นมาก ดวงตากลมเล็ก มีหางกุด สั้นป้อม แต่อาจใหญ่กว่าลำตัว ซึ่งอาจมีลักษณะ และขนาดพอ ๆ กับหัวของมัน จึงทำให้ดูเหมือนมีหัวอยู่ทั้งสองด้าน

.

โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่จิ้งเหลนเหล่านี้จะมีหางที่ใหญ่โตมากขึ้น เนื่องจากพวกมันจะทำการสะสมพลังงานไขมันจำนวนมากไว้ในบริเวณหาง สำหรับให้ความอบอุ่นกับร่างกายในอากาศที่หนาวเหน็บนั่นเอง

แต่หางอ้วนกลมนี้นอกจากจะถูกใช้สะสมไขมันแล้ว หากมันมีขนาดใหญ่พอ ก็อาจทำให้เจ้าจิ้งเหลนรอดชีวิตจากการเผชิญหน้ากับนักล่าอีกด้วย เพราะความเข้าใจผิดของนักล่าที่คิดว่าหางขนาดใหญ่นี้เป็นหัว ก็อาจจะทำให้การโจมตีครั้งนั้นไม่เป็นผล และหนีออกมาได้ทันนั่นเอง

พวกมันมีนิสัยเช่นเดียวกับสัตว์เลื้อยคลานชนิดอื่น ๆ ที่ชอบนอนอาบแดด เพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกายเช่นกัน มักจะพบเห็นได้ทั้งตามพื้นปูน โขดหิน หรือแม้แต่ข้างถนนก็ตาม ซึ่งมันสามารถอาศัยอยู่ได้ในพื้นที่หลายรูปแบบ ตั้งแต่พุ่มไม้ ทุ่งหญ้าทะเลทราย รวมไปถึงเนินทรายด้วย

.

ทั้งนี้พวกมันไม่ใช่สัตว์สังคมมากนัก มักจะอยู่กันเป็นคู่ซึ่งมีอาณาเขตของตนเองถึง 40,000 ตารางเมตร หรือราว 25 ไร่เลยทีเดียว ซึ่งในแต่ละวันของจิ้งเหลนชนิดนี้มักจะออกเดินทางหาอาหารไปไกลจากรังราว 500 เมตรต่อวันอีกด้วย

.

ด้วยการกินอาหารได้หลากหลายทำให้มันมีแหล่งอาหารจำนวนมากในธรรมชาติตั้งแต่ หอยทาก แมลง ซากสัตว์ต่าง ๆ ไปจนถึงพืชขนาดเล็ก และดอกไม้ด้วย จริง ๆ แล้วมันเป็นสัตว์ที่มีกรามแข็งแรงมาก ซึ่งสามารถบดเปลือกแข็ง ๆ ของหอยทากได้ในทีเดียว แต่ด้วยความเชื่องช้าของมันทำให้เลือกกินอาหารที่อยู่นิ่ง ๆ มากกว่า

นอกจากนี้จิ้งเหลนที่อยู่ใกล้กับพื้นที่หมู่บ้านยังมักจะแอบเข้าไปกินอาหารมนุษย์อย่างไส้กรอก ไก่ ไปจนถึงสตรอว์เบอร์รี และกล้วยอีกด้วย

.

เช่นเดียวกับกิ้งก่าลิ้นน้ำเงินชนิดอื่น ๆ ที่พวกมันจะอ้าปากแสดงลิ้นสีน้ำเงินหากถูกคุกคาม แต่หากว่าศัตรูยังไม่ยอมถอยละก็ เจ้าตัวนี้ก็พร้อมจะพุ่งไปกัดด้วยกรามสุดแกร่งของมัน

ด้วยความแปลกของมัน รวมไปถึงการเลี้ยงดูที่ค่อนข้างง่ายสำหรับการหาอาหาร จึงทำให้มันเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมในออสเตรเลียอีกด้วย

ไม่ใช่เพียงในออสเตรเลียเท่านั้น พวกมันยังเป็นที่ต้องการจากต่างถิ่นอีกด้วย โดยเฉพาะการลักลอบส่งพวกมันไปยังฮ่องกง ซึ่งได้มีการซื้อขายผ่านตลาดมืด ด้วยราคาตัวละ 10,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือมากกว่า 2 แสนบาทเลยทีเดียว ซึ่งมีโทษสำหรับการนำสัตว์ออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย

.

Ref : AustraliaZoo, Animalia, Australian, JingjoNews, Wikipedia
Pic : AustraliaZoo, JingjoNews Wikimedia, Pinterest
#ส่องโลกกว้าง

 

คลังภาพแกลอรี่

เราได้ทำการรวบรวมรูปภาพที่เกี่ยวกับ จิ้งเหลนหางสั้น ไว้ด้านล่างนี้แล้ว