Connect with us

ความรู้

กิ้งกือโบราณสุดอันตราย

ในอดีตกาลนั้นเหล่าสัตว์ต่าง ๆ นั้นมีขนาดตัวที่ใหญ่โต และดุร้ายกว่าปัจจุบันมาก เนื่องจากสภาพแวดล้อมในธรรมชาติเหมาะสม และมีปริมาณออกซิเจนที่เข้มข้นสูง จึงเหมาะสำหรับการเจริญเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะสัตว์จำพวกแมลงหรือสัตว์ขาปล้องนั่นเอง

“กิ้งกือยักษ์โบราณ” (Arthropleura) เป็นสิ่งมีชีวิตขาปล้องชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์เมื่อ 295 ถึง 345 ล้านปีก่อน ในยุคคาร์บอนิเฟอรัส (Carboniferous) ซึ่งเป็นสัตว์จำพวกเดียวกับกิ้งกือในปัจจุบันนั่นเอง

.

.

ในปี 1854 ได้มีการค้นพบพวกมันเป็นครั้งแรก ในประเทศสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นลักษณะของรอยเท้าของสัตว์ขาปล้องขนาดใหญ่บนฟอสซิลที่มีความยาวมาก ซึ่งในตอนแรกคาดว่าเป็นตะขาบขนาดใหญ่ และจากการตรวจสอบฟอสซิลโดยรอบ ทำให้คาดว่าเป็นสัตว์ขาปล้องจำพวกเดียวกับกิ้งกือ แต่มีขนาดใหญ่กว่ามากนั่นเอง (ที่มา geologyin)

.

.

จากสถานที่ที่พบฟอสซิลเหล่านั้น ทำให้คาดว่าถิ่นอาศัยของมันคือบริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกาเหนือ (North America) และประเทศสกอตแลนด์ (Scotland) นั่นเอง

.

กิ้งกือยักษ์นี้ยังเป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังทั้งหมดอีกด้วย เนื่องจากมันมีอันใหญ่โต ซึ่งลำตัวกว้างประมาณ 30 เซนติเมตร และความยาวประมาณ 2 ถึง 3 เมตรเลยทีเดียว

.

ถึงมันจะถูกเรียกว่ากิ้งกือยักษ์ แต่ลักษณะของมันไม่ได้กลมเหมือนกับกิ้งกือในปัจจุบัน แต่แบนคล้ายกับตะขาบซะมากกว่า

.

ลำตัวแบนราบไปกับพื้น โดยแบ่งเป็นปล้อง และมีเปลือกแข็งอยู่ด้านบนประมาณ 30 ส่วน ซึ่งใช้สำหรับการป้องกันตัว นอกจากนี้เปลือกยังมีสีน้ำตาลที่กลมกลืนไปกับสีของพื้นดินอีกด้วย ส่วนหัวจะมีหนวด 1 คู่ และมีขากรรไกรที่แหลมคมในส่วนหัวด้วย

.

กิ้งกือโบราณชนิดนี้ ถูกคาดว่ากินได้ทั้งสัตว์และพืช โดยในช่วงแรกมันจะกินเนื้อสัตว์ขนาดเล็ก แต่เมื่อโตเต็มที่แล้วจะกินพืชแทน เนื่องจากสามารถย่อยพืชได้เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่นั่นเอง

ถึงมีขนาดอันใหญ่โตมากขนาดไหน แต่พวกมันก็ไม่ใช่นักล่า และที่มันมีขนาดใหญ่โตได้มาก อีกสาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะในอดีตเหล่าสัตว์นักล่าที่มีขนาดใหญ่มากพอยังมีไม่มากนัก จึงทำให้มันไม่ค่อยตกเป็นเหยื่อนั่นเอง

.

นอกจากนี้มันยังมีวิธีการป้องกันตัวเอง โดยใช้ขนาดตัวให้เป็นประโยชน์อีกด้วย คือ มันจะชูหัว และลำตัวบางส่วนขึ้นมา เพื่อแสดงความใหญ่โต ข่มขู่ศัตรู และยังสามารถพ่นพิษที่รุนแรงมากได้อีกด้วย

 

คลังภาพแกลอรี่

เราได้ทำการรวบรวมรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับ กิ้งกือยักษ์โบราณ ไว้ด้านล่างนี้แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ref : ResearchGate, National Geographic, PrehistoricEarthANaturalhistory, Wikipedia
Pic : PrehistoricEarthANaturalhistory, Wikimedia, PrehistoricPark, Pinterest
#ส่องโลกกว้าง

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

More in ความรู้

  • ‘คิงชีตาห์’ สวยมากและหาดูยาก ใน 100 ปี จะพบมันไม่ถึง 10 ครั้ง!

    “ชีตาห์” สิ่งมีชีวิตที่มีความเร็วมากที่สุดบนบกที่เรารู้จัก และได้ยินชื่อมันมาอย่างยาวนาน แต่ภายในหมู่เสือชีตาห์ด้วยกัน มันยังมีสุดยอดเสือชีตาห์ที่ถูกเรียกว่า “ชีตาห์ราชา” หรือ “คิงชีตาห์” อีกด้วย . “ชีตาห์ราชา” หรือ “คิงชีตาห์” (King...

  • ‘ปลาโลงศพ’ ปลาน้ำลึกมหัศจรรย์ หยุดหายใจ แต่ไม่ตาย!

    “ปลาโลงศพ” (Coffinfish) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chaunax endeavouri เป็นปลาสายพันธุ์หนึ่ง ในวงศ์คางคกทะเล (Chaunacidae) ซึ่งถูกจัดให้อยู่ในอันดับเดียวกับปลาตกเบ็ดหรือปลาแองเกอร์ (Lophiiformes) . มันเป็นปลาที่อาศัยอยู่ทะเลเขตอบอุ่นทางตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific) และนอกชายฝั่งทางตะวันออกของออสเตรเลีย...

  • ‘ฉลามผี’ ปลาน้ำลึกสุดหายากที่คุณอาจไม่เคยเห็น!

    “ฉลามผี” หรือ “ปลาคิเมียรา” (Ghost shark, Chimaera) เป็นปลากระดูกอ่อนอันดับหนึ่ง ซึ่งมีชื่ออันดับว่า Chimaeriformes ซึ่งเป็นปลาที่มีความเกี่ยวข้องกับฉลาม โดยอยู่ภายในชั้นเดียวกัน (Chondrichthyes) . โดยจากวิเคราะห์ฟอสซิลของมัน...

  • กลายพันธุ์! ‘จระเข้สีส้มแห่งถ้ำอาบานดา’ พัฒนาร่างสู่ความแข็งแกร่งในที่มืด

    ในสภาพแวดล้อม และระบบนิเวศตามธรรมชาติปัจจุบัน เรามักจะเห็นสัตว์ต่าง ๆ ที่ปรับตัวไปเพื่อให้อาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติรอบตัวพวกมันที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา ซึ่งการปรับตัวของพวกมันต้องใช้เวลานานหลายร้อย หลายพันปีเลยทีเดียว เช่นเดียวกับเจ้าจระเข้จิ๋วชนิดนี้ . “จระเข้แคระ” หรือ “จระเข้แคระแอฟริกา” (Dwarf crocodile,...