Connect with us

ความรู้

เชื้อราอันตราย ทำสัตว์สูญพันธ์ุไปกว่า 90 ชนิด

จากสถานการณ์ตอนนี้ของโลกเราได้มีโรคต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับมนุษย์หรือสัตว์ก็ตาม ซึ่งในอดีตแล้ว เคยมีเชื้อราสายพันธุ์หนึ่ง ซึ่งถูกขนานนามว่า “เชื้อราล้างโลก” (Doomsday fungus) นั่นเอง ซึ่งเกิดขึ้นกับสัตว์

.

“เชื้อราล้างโลก” (Doomsday fungus) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Batrachochytrium Dendrobatidi เชื้อราที่แพร่ระบาดครั้งแรกในช่วงปี 1970 โดยเกิดขึ้นกับสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำหลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์จำพวกกบ ได้เสีนชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุ

.

จนผ่านไปกว่า 10 ปี การแพร่ระบาดกับสัตว์ก็ยังไม่จบสิ้น ซึ่งได้เกิดการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ จนทำให้กบบางชนิดต้องสูญพันธุ์ และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างมหาศาล ซึ่งผลให้มันเป็นเชื้อราที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

.

แต่การที่พวกมันล้มหายไปเฉย ๆ นั้นนักวิจัยไม่ได้พบความผิดปกติใด ๆ ทั้งสารพิษ หรือสภาพแวดล้อม ซึ่งทุกอย่างดูปกติ และสมบูรณ์ดี จึงทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ก็ยังหาสาเหตุของการเสียชีวิตของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเหล่านี้ไม่ได้อยู่ดี

.

ถึงแม้ในปี 1990 พวกเขาจะค้นพบว่า มันคือ เชื้อราที่อยู่บนผิวหนังของกบ และเชื้อได้ฝังตัวลงไปในผิวหนัง และกัดกร่อนผิวหนังไปเรื่อย ๆ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากสำหรับสัตว์ที่หายใจผ่านผิวหนัง อย่างสัตว์จำพวกกบ

.

ซึ่งเชื้อราดังกล่าวทำให้เหยื่อไม่สามารถหายใจทางผิวหนังได้ และขาดอากาศไปในที่สุด นอกจากนี้หลังจากนั้นสปอร์เชื้อราก็จะลอยจากซากของกบ ผ่านน้ำไปยังกบตัวอื่น ๆ ได้อีกด้วย

.

ด้วยช่องทางการติด และโอกาสติดที่สูงมาก จึงทำให้กบกว่า 90 ชนิดต้องสูญพันธุ์ไปแล้ว และอีกหลายร้อยสายพันธุ์ ก็มีประชากรลดลงอย่างมากนั่นเอง และยังมีสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอีก 695 สายพันธุ์ได้รับผลกระทบที่แตกต่างกันไปอีกด้วย (ที่มา nationalgeographic)

.

แต่สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำหลายชนิด ในทวีปเอเชียได้รับผลกระทบน้อยมาก จึงทำให้นักวิจัยคาดว่าเชื้อราชนิดอาจจะเคยเกิดระบาดขึ้นในแทบเอเชีย เมื่อนานมาแล้ว จึงทำให้สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำส่วนใหญ่ในเอเชียอยู่รอดเป็นปกติ เนื่องจากมีการพัฒนาภูมิคุ้มกันขึ้นมาแล้วนั่นเอง

.

จึงทำให้คาดการณ์ว่า เชื้อราชนิดนี้ เริ่มแพร่กระจายในช่วงปี 1950 เมื่อรวมเข้ากับการค้นหาสาเหตุ และต้นตอของเชื้อรา พบว่าอาจจะเกิดจากความรุ่งเรืองของการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศในช่วงนั้น

อาจทำให้เชื้อราที่อยู่ในกบของทวีปเอเชีย และมีภูมิต้านทานที่ดี แต่ไปแพร่ระบาดกับกบฝั่งตะวันตก และทำให้เกิดการแพร่ระบาดใหญ่ขึ้นมา และการระบาดของเชื้อรานี้ ก็ยังคงดำเนินมาถึงในทุกวันนี้อีกด้วย

โดยในปัจจุบันสัตว์ประเภทดังกล่าวหลายสายพันธุ์ ได้พัฒนาภูมิคุ้มกันเชื้อรานี้ และส่งต่อ ๆ กันไปในลูกหลานหลาย ๆ รุ่น เพื่อในอนาคตจะสามารถป้องกันเชื้อราชนิดนี้ได้ และรอดจากการสูญพันธุ์นั่นเอง

.

.

.

.

.

.

.

.

 

Ref : Eduhub, National Geographic, AllThatsInteresting, Wikipedia
Pic : ResearchGate, Wikimedia
#ส่องโลกกว้าง

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

More in ความรู้

  • ‘คิงชีตาห์’ สวยมากและหาดูยาก ใน 100 ปี จะพบมันไม่ถึง 10 ครั้ง!

    “ชีตาห์” สิ่งมีชีวิตที่มีความเร็วมากที่สุดบนบกที่เรารู้จัก และได้ยินชื่อมันมาอย่างยาวนาน แต่ภายในหมู่เสือชีตาห์ด้วยกัน มันยังมีสุดยอดเสือชีตาห์ที่ถูกเรียกว่า “ชีตาห์ราชา” หรือ “คิงชีตาห์” อีกด้วย . “ชีตาห์ราชา” หรือ “คิงชีตาห์” (King...

  • ‘ปลาโลงศพ’ ปลาน้ำลึกมหัศจรรย์ หยุดหายใจ แต่ไม่ตาย!

    “ปลาโลงศพ” (Coffinfish) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chaunax endeavouri เป็นปลาสายพันธุ์หนึ่ง ในวงศ์คางคกทะเล (Chaunacidae) ซึ่งถูกจัดให้อยู่ในอันดับเดียวกับปลาตกเบ็ดหรือปลาแองเกอร์ (Lophiiformes) . มันเป็นปลาที่อาศัยอยู่ทะเลเขตอบอุ่นทางตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific) และนอกชายฝั่งทางตะวันออกของออสเตรเลีย...

  • ‘ฉลามผี’ ปลาน้ำลึกสุดหายากที่คุณอาจไม่เคยเห็น!

    “ฉลามผี” หรือ “ปลาคิเมียรา” (Ghost shark, Chimaera) เป็นปลากระดูกอ่อนอันดับหนึ่ง ซึ่งมีชื่ออันดับว่า Chimaeriformes ซึ่งเป็นปลาที่มีความเกี่ยวข้องกับฉลาม โดยอยู่ภายในชั้นเดียวกัน (Chondrichthyes) . โดยจากวิเคราะห์ฟอสซิลของมัน...

  • กลายพันธุ์! ‘จระเข้สีส้มแห่งถ้ำอาบานดา’ พัฒนาร่างสู่ความแข็งแกร่งในที่มืด

    ในสภาพแวดล้อม และระบบนิเวศตามธรรมชาติปัจจุบัน เรามักจะเห็นสัตว์ต่าง ๆ ที่ปรับตัวไปเพื่อให้อาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติรอบตัวพวกมันที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา ซึ่งการปรับตัวของพวกมันต้องใช้เวลานานหลายร้อย หลายพันปีเลยทีเดียว เช่นเดียวกับเจ้าจระเข้จิ๋วชนิดนี้ . “จระเข้แคระ” หรือ “จระเข้แคระแอฟริกา” (Dwarf crocodile,...